Friday, September 9, 2016

How I love MY MOTHER

How I love MY MOTHER




ตอนแรกก็ไม่คิดเลยว่าจะอ่านหนังสือเล่มนี้ เพราะอะไรก็ตามที่คนให้ความสนใจ เราจะไม่นิยม


อิลูกช่างขวางโลกนะ


ที่จริง หนังสือเล่มนี้ก็ไม่ใช่ของเรา เป็นหนังสือที่อาจารย์ท่านหนึ่งได้โพสขึ้นมาว่า ท่านกำลังอ่านอยู่และดีมากๆ ยืมกันอ่านได้ ซึ่งเพื่อนๆ ก็ดูจะอยากอ่านกันเหลือเกิน เราก็ไม่ยังไง..ได้อ่านก็ดี ได้อ่านเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นล่ะกัน


บังเอิญว่า เพื่อนคนหนึ่งมาถามว่าจะอ่านต่อไหม และไม่นาน..หนังสือเล่มนี้ก็มาสู่มือ ดุจลอยมาจากนภากาศ


นอกเหนือไปจากขนาดที่กำลังพอดีมือ สีสันและภาพประกอบในหนังสือที่ชวนให้รู้สึกถึงวันสบายๆ แล้ว  พอเปิดไปหน้าแรก ก็รู้สึกได้ว่า ไม่น่าผิดหวัง หนังสือเล่มนี้ "มีของ" อย่างแน่นอน

..ยืนยันได้จากเจ้าของหนังสือ





How I love MY MOTHER

เป็นเรื่องราวของ "พาย" นักเขียนสาวน้อยคนหนึ่งที่ต้องดูแลคุณแม่ซึ่งป่วยเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งซีก จากการล้มเนื่องจากเส้นเลือดในสมองแตก เธอบรรยายเรื่องราวได้ประหนึ่งว่า คนอ่านได้เข้าไปอยู่ในบรรยากาศนั้น บ้านหลังเดียวกับเธอ ห้องต่างๆ ที่พายกับแม่พูดคุยกัน หัวเราะด้วยกัน ทะเลาะกัน ร้องไห้ด้วยกัน หรือแม้แต่บรรยากาศที่พายต้องซิ่งเป็นสก๊อยส์หลังพี่วินมอไซค์ พายก็สามารถบรรยายได้ราวกับว่า เรากำลังนั่งซ้อนท้ายไปกับพายด้วย


ไม่น่าแปลกใจ ที่มีคนเขียนคำนิยมให้เธออย่างมากมาย ไม่ใช่เพียงเพราะลีลาการเขียนดังที่กล่าวมา แต่เพราะยิ่งอ่านก็ยิ่งเห็นในความรักของแม่และพายที่มีให้กัน

ความรักลูกอย่างที่สุดของแม่ และความกตัญญูของพาย





การดูแลคนป่วยสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย และการดูแลคนป่วยที่เคยบอกให้เราทำอย่างโน้น อย่างนี้ แต่วันหนึ่งเรากลับจะต้องเป็นคนขอให้คนนั้นทำแบบนั้น แบบนี้บ้าง เพราะเขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เหมือนเดิม ..นับเป็นเรื่องที่ยากกว่า แม้จะเป็นคนที่เรารักและเคารพเพียงใด แต่การเผชิญกับอารมณ์ และความพยายามฝืนร่างกายทั้งผู้ป่วย รวมถึงคนดูแลเอง เป็นสิ่งที่เราเข้าใจดี หลายครั้งก็ทำให้ท้อใจ กดดัน ถึงอย่างไรก็เต็มไปด้วยความรัก ความห่วงใย


สิ่งที่ชอบที่สุด คือ อารมณ์ขันของแม่กับพาย แม้จะอยู่ท่ามกลางการดำเนินชีวิตแบบใหม่ ที่แม่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ดังเดิม พายที่ต้องดูแลแม่และเรียนให้จบ หางานหาเงิน แต่สิ่งที่ทำให้สองแม่ลูกผ่านวิกฤตมาได้คือ ทัศนคติและอารมณ์ขัน สิ่งนี้สามารถบ่งบอกให้รู้ว่าพายถูกแม่เลี้ยงให้เติบโตมาด้วย EQ ที่สูงมากๆ ซึ่งนั่นคือสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตในสังคมปัจจุบัน


ตัวอย่างอารมณ์ดีของคุณแม่ในหน้าหนึ่งของหนังสือ




สำหรับเราเอง ต้องขอขอบคุณพายมากๆ ที่เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา ทำให้เราเข้าใจแม่ของเราเองมากขึ้น เพราะแม่ก็มีอาการป่วยใกล้เคียงกับแม่ของพาย เพียงแต่ยังไม่หนักหนาเท่า แม่เรายังพอช่วยตัวเองได้ในหลายๆ เรื่อง แต่บางเรื่องที่แม่แปลกไปกว่าตอนก่อนป่วย เราก็พอเทียบเคียงได้จากแม่ของพาย เป็นต้นว่า อาการหลงลืมในบางครั้ง พายทำให้ซึ้งใจกับความเป็นแม่มากขึ้น ที่ยอมอด ยอมทนทุกอย่างเพื่อให้ลูกได้สุขกาย สบายใจอย่างที่สุด


แม้ในวันนี้ แม่กับเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ก็ตั้งใจไว้กับตัวเองล่ะ ว่าวันไหนที่ได้กลับไปเยี่ยมบ้าน ก็จะใช้เวลาดูแลแม่ให้มากที่สุด ไม่รู้ว่าแม่จะคิดถึงเรามั้ย แต่ตอนนี้ก็เริ่มคิดถึงแม่แล้ว


ความตั้งใจที่จะทำเพื่อพ่อกับแม่ ทำให้วันนี้เราจำเป็นต้องอยู่ห่างจากครอบครัวบ้าง หลายครั้งเป้าหมายที่อยากให้แม่มีความสุขเกือบจะถูกเบี่ยงเบนไป ด้วยความไม่เข้าใจ ด้วยความคาดหวังในกันและกัน รวมถึงตอนนี้เพิ่มการป่วยของแม่เข้ามาด้วย  ทำให้การพบกันในแต่ละครั้ง เจือไปด้วยความมึนตึง แต่เราต่างก็รู้ว่า เรารักและเป็นห่วงกันแค่ไหน


สุดท้ายต้องขอขอบพระคุณ ท่านอาจารย์เจ้าของหนังสือที่ให้โอกาสพวกเราได้ยืมอ่านเรื่องราวดีดี โดยไม่หวั่นเกรงว่า ศิษย์ตัวน้อยๆ ทั้งหลายของท่าน อาจทำหนังสือให้เยินไปนิดหน่อยพองาม จากการผ่านไปหลายๆ มือ



ไม่บังอาจคิดแทน แต่เข้าใจไปเองว่า อาจารย์ท่านก็คงอมยิ้มนิดหน่อย แล้วก็ดีใจที่ได้แบ่งปันเรื่องราวที่สวยงามให้ลูกศิษย์ได้อ่านกัน ..ใช่ไหมคะ